[Thor/Loki] Evil reflection (2)

posted on 01 Jun 2012 02:34 by namgang-srifah in Fanfic-Movie

[Thor/Loki] Evil reflection (2)

 

Warning : Angst , Yaoi , Slash ,โลกิ POV ,OOC , Thorki

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++

 

ข้ากำลังจะตาย..และข้ารู้สึกได้

ข้าสัมผัสถึงมันได้ ราวกับข้ามีญาณวิเศษ

มันอยู่ตรงหน้าแค่เอื้อมนี่เอง

 

เสียงหัวเราะของเจ้าเงาสะท้อนบ้าๆนั่น นับวันจะดังขึ้นในหัวทุกที

เดี๋ยวนี้มันไม่ต้องการให้ข้าหลับ และฝันถึงมันอีกแล้ว

 

มันปรากฏตัวได้ทุกทีและทุกเวลา

ไม่จำกัดแค่ในกระจกหรือนิทรา

ข้าไม่อาจควบคุมมันได้อีกต่อไป

 

มันไม่เคยพูด..ไม่จริงๆ

บางครั้งมันแค่นั่งข้างๆข้า ด้วยร่างกายบิดเบี้ยววิปริต เต็มไปด้วยรอยแผล คล้ายซากศพขึ้นเรื่อยๆไม่ต่างจากข้า แต่มันเหยียดสายตามองข้าราวกับมันดีกว่า ราวกับข้าเป็นปรสิตที่อาศัยมันอยู่ เป็นหนอนแมลงที่ไร้ค่า และมันคือ 'ทุกสิ่งทุกอย่าง'

 

อ้อ--แน่นอนมันดีกว่า

 

มันลุกขึ้นเดิน นั่ง หัวเราะ กรีดร้อง ในขณะที่ข้าเน่าเป็นผัก

 

ข้าอ่อนแอลง --และมันแข็งแกร่งขึ้นทุกที

 

ข้าขดกายหันหน้าลงกองฟาง รู้สึกยินดีกว่าที่จะดมกองฟางเน่าๆ แทนที่ต้องเห็นสายตาเหยียดหยามจากเงาสะท้อนบ้าๆของข้าเอง

 

หากแต่มันไม่เคยช่วยอะไร...

 

ความมืดไม่เคยซ่อนมันจากข้า หรือซ่อนข้าจากมัน

 

ข้ารู้สึกถึงมัน ราวกับข้าเป็นมัน ข้ารับรู้ชัดเจนว่ามันอยู่ตรงนั้น รู้สึกเช่นไร เกลียดและสมเพชข้าเช่นไร

 

มันบอกข้า --โดยที่ไม่ได้พูด

มันบอกว่า ถ้าข้ายอมแพ้ ข้าพร้อมที่จะตายโดยพร้อมใจ จงจำนนให้กับมันดีกว่า มันจะมอบพลังให้ข้า ให้ข้าอยู่ต่อไป และมันจะทำให้ข้ามีความสุข มันจะไขว่คว้าความสุขที่ข้าควรได้มาให้

 

หากแต่ข้ารู้

รู้จริงๆอย่างที่ไม่อาจเข้าใจ

 

มือข้าเปื้อนเลือดมามาก

ข้าสมควรที่จะทรมาน

ข้าไม่ต้องการทำร้ายใครอีก

 

แต่ ปีศาจของข้า เงาสะท้อนของข้า กำลังจะฆ่าอีก

และข้าไม่สามารถห้ามไม่ให้มันเกิดขึ้นได้ หากข้ายังมีชีวิตอยู่

 

 

ความตาย..ของข้า

 

 

จะพรากความเจ็บปวดทุกอย่างไปจากข้า

และจะพรากมันจากการทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง

 

 

ข้าเริ่มอ้อนวอน

 

สวดภาวนาให้ยมทูตมารับข้าเสียที

 

และดูราวยมทูตจะรับฟังคำข้า

เพราะข้าแทบไม่รู้สึกอะไรอีก

 

ข้ากำลังจะตาย

 

และข้ายินยอมพร้อมใจ..อย่างยิ่ง

 

 

...

...

 

 

แต่แล้วเงาสะท้อนของข้าก็พูดขึ้นมาเป็นครั้งแรก

เสียงแหบพร่าของมันนั้นดังก้องขึ้นในหัว เหมือนพิษร้ายที่ไหลย้อนเข้าร่าง

 

'ธอร์'  

 

มันกระซิบ

 

และไม่ว่ามันจะเป็นอะไร มันจะใช่ข้าหรือไม่ มันรู้จักข้าดีกว่าตัวข้าเอง

 

'ธอร์'

 

มันยังคงกระซิบนามนั้น ทั้งที่มันรู้ว่าไม่มีความจำเป็นเลย

ทันทีที่ได้ยิน นามนั้น ครั้งเดียว..ครั้งเดียวก็เกินพอ

 

 

...ข้าไม่อยากตาย...ยังไม่อยากตาย....

 

 

ยังตายไม่ได้

 

 

ข้าพลิกตัวขึ้นเงยหน้าจากกองฟาง มองมันที่แสยะยิ้มรู้ว่าตัวเองได้ชัยชนะ

 

"ธอร์ " มันกับข้าเอ่ยขึ้นพร้อมกัน ยอมรับว่าทั้งมันและข้าต่างก็ 'ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป' เพราะ 'ธอร์ '

 

ข้าไม่เคยสงสัยว่าทำไมต้องเป็น 'ธอร์ '

 

หากแต่ตอนนี้ ข้าเริ่มสงสัย และ ตั้งคำถาม

 

'ธอร์ทำอะไรกับข้าไว้' และ 'ข้าทำอะไรกับธอร์ไว้'

 

เพราะข้าเอ่ยชื่อนั้นด้วยความรู้สึกผิด รัก และหวงแหน

หากแต่มัน..เงาสะท้อนของข้า มันเอ่ยถึงชื่อนั้นด้วย ความจงเกลียด ยิ่งนัก

 

 

+++++++++++++++++++++++++

 

 

ข้าหลับตาลง และคิดว่านี่คงสิ้นสุดกันสักที จะไม่มีนิทรา ไม่มีอะไรอีก เพียงความตายอย่างแท้จริงเท่านั้น

 

ความตาย..จบสิ้นความเจ็บปวด

 

'ธอร์' จากปากของเงาข้าไม่ได้ช่วยอะไรอีก

 

นามของธอร์ไม่ช่วยอะไรอีกแล้ว

 

ทำไมข้าถึงจะอยากเจอพี่ชายที่ไม่เคยรักแล้วหวงแหนข้า

ทำไมต้องอยากเจอคนที่ไม่เคยย่างกายมาหาข้า ให้ข้าได้รู้จักเขา ได้สัมผัสเขา

ทำไมข้าต้องอยากเจอคนที่อาจจะเป็นสาเหตุให้ข้ามาอยู่ที่นี่กัน

 

ช่างมัน..ช่างมันเถอะ ทุกอย่างนั่นแหละ

 

เจอ ธอร์ ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปหรอก

 

ข้าไม่ได้รู้จัก 'ธอร์' ...ไม่อีกต่อไป

แล้วทำไมเขาถึงต้องมีความหมายต่อข้าด้วย

 

สิ่งเดียวที่มีความหมายต่อข้าตอนนี้คือ ..ให้ข้าได้พักเสียที..

 

ให้ข้าตายลง ให้ข้าจบสิ้นกับความเจ็บปวด ความวิปลาสของตนเสียที

 

เงาของข้าส่ายหัว ถอนหายใจ ราวกับข้าทำให้มันผิดหวัง

แต่มันเองก็ยอมแพ้เช่นกัน ยอมแพ้ที่จะกล่อมข้าอีกต่อไป

 

มันรู้..ข้าเจ็บปวดและขลาดเขลาเกินกว่าจะมีชีวิตต่อไป

 

เมื่อข้าเจ็บ ข้าอ่อนแอลง ข้าอยากหนีไปจากความเจ็บปวดนี้ แม้ว่านั่นหมายถึงความตายก็ตาม

 

มันรู้..มันเลยเกลียดข้าตั้งแต่ทีแรก คอยเฝ้าสมเพชข้า

 

มันไม่เหมือนข้า..ยิ่งมันเจ็บปวดเท่าใด มันก็ยิ่งแข็งแกร่ง

ยิ่งมันเจ็บปวด มันยิ่งโกรธ ยิ่งทรงพลัง ยิ่งหาญกล้า

พร้อมจะแลกทุกอย่างเพื่อความฉิบหายของคนที่เป็นสาเหตุให้มันเจ็บปวด

 

ข้าเดาโดยรู้ว่าคำตอบของข้าถูก 'ธอร์' คือคนๆนั้น คนที่เงาของข้าต้องการให้ฉิบหาย

 

ข้าเคยเกลียดเงาอันบิดเบี้ยวของข้า

แต่แล้ว ตอนนี้ข้าเข้าใจมันแล้ว และบอกได้เลย ข้ารักมันยิ่งกว่าที่ข้ารักตัวเอง

หากทำได้ หากเปลี่ยนตัวกันได้ ข้าพร้อมจะให้มันยึดร่างนี้ และทำตามที่ใจมันปรารถนา

 

มันสมควรจะได้รับความสุข

 

มันกล้าแกร่ง ไม่เคยคิดยอมจำนนต่อโชคชะตา มันพร้อมจะสู้เพื่อที่จะได้ในสิ่งที่มันควรได้

 

มันคือวีรบุรุษที่ข้าไม่อาจเป็นได้

 

ข้าอ่อนแอเกินไป..อ่อนแอเกินกว่าจะฆ่าใครอีก เกินกว่าจะหายใจเข้าออกด้วยความภาคภูมิ เกินกว่าจะยืนหยัดลุกขึ้นสู้

 

ข้าอยากตายเต็มทนแล้ว อยากจบสิ้น ยุติทุกอย่างแต่เพียงเท่านี้

ไม่อยากรับรู้อะไรอีก ไม่ต้องการสู้แล้ว..ไม่จริงๆ

 

ข้าทำให้เงาอันบิดเบี้ยวของข้าผิดหวัง

และ..ข้ารู้ แม้จะจำความไม่ได้ก็ตาม..

 

 

ข้าทำให้ทุกคนผิดหวังเสมอ..ตลอดมา..และตลอดไป...

 

 

ข้าอ่อนแอ ไร้พลัง และไม่มีวันทำให้ใครภาคภูมิใจได้..ไม่มีวัน

 

ไม่มีใครหรอก..ไม่มีใครที่จะสามารถรักคนขี้ขลาดและโง่เลาอย่างข้าได้..

 

 

ไม่มีวัน

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

ข้าสัมผัสได้ว่ามีใครสัมผัสตัวข้าอยู่ น้ำตาของเขา หยดน้ำเล็กอุ่นๆหยดลงสัมผัสบนตัวข้า

แต่ข้าไม่มีแรงแม้กระทั่งจะลืมตา..ข้ายอมแพ้แล้ว..หากข้าต้องตาย ข้าก็ไม่ได้เสียดายอะไร..ไม่สิ สำหรับตอนนี้มันคือทุกสิ่งที่ข้าเฝ้ารอ ข้าฝันอยากจะตาย --ข้าน่าจะตายไปแล้วด้วยซ้ำ

 

ข้าไม่รู้อีกต่อไปว่าจะมีชีวิตเพื่ออะไร

หาก 'ธอร์' ไม่ได้สำคัญกับข้าอีกต่อไป

 

"ลืมตา โลกิ ลืมตาให้ข้าเห็น" เสียงนั้นดังกังวานก้องในห้องขังอันแสนเงียบสงัดเสมอมาของข้า เสียงนั้นเข้มแข็ง องอาจ ราวกับการคำรามของเจ้าป่า เต็มไปด้วยคำสั่งและหมายมั่น

 

ข้าเหนื่อยเกินกว่าจะลืมตาขึ้น แม้จะสงสัยเหลือเกินว่านั่นคือเสียงของใคร หยดน้ำตาอุ่นๆหยดแล้วหยดเล่าที่กระทบใบหน้าข้านั้น เรียกร้องให้ข้ารู้สึกมีชีวิตอีกครั้ง ตระหนักรู้ว่านี่ไม่ใช่ความตาย ไม่ใช่นิทรา แต่คือความจริง

 

"ถ้าเจ้าเป็นอะไรไปข้าจะไม่ให้อภัยตัวเองอีกเลย โลกิ!! ลืมตาขึ้น! ตอบข้าสิ! โลกิ!!" เขาเริ่มเขย่าตัวข้า จนข้าเจ็บแปลบไปทั้งตัว เขารวบร่างอันพิกลพิการของข้าขึ้นกอดแน่น ตัวของอีกฝ่ายช่างใหญ่และองอาจในขณะที่ข้าเล็กกระจ้อยร่อย ชีพจรของอีกฝ่ายเต้นดัง ในขณะที่ของข้าแผ่วเบา ข้ารู้สึกราวกับจะแหลกเป็นชิ้นๆภายใต้อ้อมกอดนั้น อุณหภูมิที่อุ่นจนร้อนของเขากำลังเผาไหม้ข้าที่เย็นเฉียบ

 

"อย่ายุ่งกับข้า" ข้าพึมพำ แทบจะไม่ได้ยินเสียงตัวเองที่หลุดออกมาจากปาก แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายได้ยินชัดเจนเพราะเขาปล่อยข้าจากอ้อมกอดนั้น ประคองข้าออกเพื่อที่เขาจะได้มองข้าถนัดตา

 

"โลกิ.." เสียงนั้นเอ่ยเบาๆ "เจ้ายังไม่ตาย" เสียงนั้นปิติยินดีเป็นล้นพัน หากแต่ก็เศร้าศร้อยนัก ข้าไม่อาจบอกได้ว่าเพราะอะไร .. ไม่ใช่ด้วยสมองที่เหนื่อยล้าแบบนี้

 

"กำลังแล้วล่ะ.." ข้ากระซิบถ้อยคำตอบเขา ด้วยน้ำเสียงถือดีเล็กน้อยที่ข้าไม่แน่ใจว่ามาจากไหน

 

"อย่าพูดแบบนั้น" เสียงนั้นเครือ มันเต็มไปด้วยความอ่อนแอในน้ำเสียงแข็งกร้าวนั้น "อย่าพูดแบบนั้น โลกิ..ข้าจักไม่ยอมให้เจ้าตาย" 

 

"ข้าขอโทษสำหรับทุกสิ่ง" เสียงนั้นสะอื้น อุ้งมือของเขาสัมผัสใบหน้าของข้า อุณหภูมิของเขาทำให้แก้มข้าร้อนผ่าว "ทุกอย่างผิดที่ข้าเอง" เขาบอกข้าอย่างอ่อนโยนก่อนหน้าผากของเขาจะก้มลงชนกับหน้าผากของข้า แล้วเริ่มร้องไห้ น้ำตาที่ไหลเป็นสายของชายดังกล่าวที่ข้าไม่รู้จักและยังไม่สามารถลืมตาขึ้นมองนั้นท่วมเต็มใบหน้าข้า

 

เกลือจากน้ำตาของเขาทำให้บาดแผลบนผิวกายของข้า แสบเข้าไส้

แต่ข้าไม่คิดจะผลักไสสัมผัสเหล่านั้นแม้แต่น้อย

 

 

"สู้สิ โลกิ..เจ้าไม่เคยยอมแพ้ อย่าเพิ่งเริ่มยอมแพ้ตอนนี้..น้องข้า..ได้โปรด"

 

 

 

น้องข้า?  ข้าสะดุดกับคำที่เขาเรียกขานข้า

 

 

"จะ..เจ้าคือธอร์?" ข้าถามเสียงแผ่วกระซิบกระซาบ โดยที่ยังคงไม่ลืมตา

แต่ในใจนั้นกลับเต้นระรัวราวกับเด็กที่เล่นเกมชนะ ใจข้านั้นราวกับจะกู่ร้องว่าข้าเจอเส้นชัยเข้าแล้ว ข้าได้รู้แล้วว่า ธอร์ คืออะไร และบัดนี้ ธอร์ มาอยู่เบื้องหน้าของข้า

 

ไม่ว่าข้าจะพร่ำบอกว่า 'ธอร์' ไม่มีความหมายกับข้ามากเท่าไหร่

แต่ยามนี้ข้าไม่คิดสนใจว่าจะกลืนน้ำลายตัวเองหรือไม่

 

ในที่สุด 'ธอร์' ก็มาหาข้า  ใจข้านั้นเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก

 

คำถามเดียว ความปรารถนาเดียวที่ข้าเฝ้าย้ำไม่ให้ตนลืม บัดนี้อยู่ตรงหน้า ข้าหาเจอแล้ว และไม่มีสิ่งใดติดค้างอีกหากจะต้องตายลงเดี๋ยวนี้

 

เพียงแต่..มันยากเหลือเกินที่จะลืมตาขึ้นดูใบหน้านั้น...

 

ข้าเสียใจเพียงเรื่องนั้น...

 

ข้ารู้ตัวอีกที ร่างข้าก็ถูกยกขึ้นด้วยท่อนแขนอันกำยำ เขาช้อนร่างข้าขึ้น อุ้มราวกับข้าเป็นเจ้าสาวในงานวิวาห์ เขาออกวิ่ง แรงสะเทือนและน้ำตาทำให้แผลทั่วร่างข้ารู้สึกราวกับกำลังจะปริออกเป็นชิ้นๆ หากแต่ความเจ็บปวดพลันไม่สำคัญอีกต่อไป ไม่สำคัญอีกแล้วแม้ว่ามันจะเจ็บกว่าอีกกี่ร้อยเท่าพันเท่าก็ตาม

 

 

ในอ้อมกอดของเขา ข้ารู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น

 

 

ข้าเผยยิ้มอย่างอ่อนแรงทว่าเป็นสุขยิ่งนัก สุขยิ่งกว่าใดๆ ก่อนสติสัมปะชัญญะทุกอย่างจะค่อยๆดับลง

 

บางที...

 

ข้าท่องชื่อ ธอร์ มาตลอดก็เพื่อการนี้..

 

 

 

เพื่อความตายที่สมบูรณ์แบบ

 

 

 

รัก

 

นั่นคือสิ่งที่ข้ากลับมาจำได้ว่า มันรู้สึกเช่นไร

 

ข้ารักธอร์ยิ่งนัก

 

 

 

เสียงหัวเราะเบาๆหวีดแหลมดังมาจากที่ไกลๆ --นั่นเสียงของเงาข้าเอง

มันหัวเราะ..แล้วข้าไม่สนใจจะตั้งคำถามว่าทำไม

 

 

ข้ามีความสุข

 

พอแล้วล่ะ..ความสุขนี้มากกว่าที่ข้าสามารถจินตนาการได้เสียอีก..

 

พอแล้วสำหรับทุกอย่าง

 

 

นี่คือจุดจบที่งดงามที่สุดแล้วของข้า

 

 

..ธอร์..

 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++

 

อัพตอนตี 4 =  ='' คนดีๆที่ไหนเขาทำกัน

ง่วงนอน ผิดตรงไหน พรุ่งนี้ตื่นมาค่อยแก้แล้วกันนะ #ผิด

ปล. หลังจากตอนนี้ก็ไม่มีโลกิเพ้อคนเดียวแล้วล่ะ(หรือเปล่านะ?)

ปล2. หลังจากนี้คงเป็นธอร์POV ไม่ก็บรรยายแบบบุคคลที่3 แล้วล่ะ ...  <<<< มันแปลว่า TBC หรือเปล่า 55...จบอร๊ายยย จบงี้เราฆ่าคนแต่งตาย T  T 55

ปล.3

@darkdarkorange 

Thx หนูแตมที่ช่วยตรวจคำผิดให้นะจ๊ะ จุ๊บๆ ♥

edit @ 1 Jun 2012 12:22:17 by น้ำแกงสีฟ้า

edit @ 3 Jun 2012 00:48:22 by น้ำแกงสีฟ้า

edit @ 3 Jun 2012 00:51:08 by น้ำแกงสีฟ้า

Comment

Comment:

Tweet