[Thor/Loki] Don't Run Away from Me (1/1?)

posted on 14 Jun 2012 19:12 by namgang-srifah in Fanfic-Movie
[Thor/Loki] Don't Run Away from Me (1/1?) จบแล้ว?
 
ธอร์บอกกับดิอเวนเจอร์ว่า โลกิต้องกลับมารับโทษที่แอสการ์ด ..
ธอร์บอกกับโอดินว่ามิดการ์ดจะเป็นผู้สำเร็จโทษโลกิเอง
ธอร์โกหกทุกคน..
 
และพาโลกิมายังที่รกร้างสุดขอบแอสการ์ด

Warning : Angst , Yaoi , Slash , ราชาศัพท์แบบผิดๆ OTL , จบไม่เคลียร์ , ไร้พล็อต , แค่อยากเห็นธอร์ประชดกิบ้าง 55
 

+++++++++++++++++++++++++++++++++
 
 
ดวงตาสีเขียวประกายไม่เหมือนชาวแอซิร์ผู้ใดนั้น เหลือบมองผู้คุมตัวที่ครั้งหนึ่งมีศักดิ์เป็นพระเชษฐาอย่างเย็นชาแต่เคลือบไปด้วยความสับสน

มือของอดีตพระเชษฐานั้นทิ้งค้อนประจำกายลงบนเนินทราย ก่อนเข้ากำพระพาหุอันบอบบองของอดีตอนุชาแน่น

พระโอษฐ์ของผู้ก่อการกบฎนั้นเม้มแน่นภายใต้เครื่องพันธนาการเหล็กที่ครอบปิดทั้งพระหนุ

เจ้าชายรัชทายาทผู้ชอบธรรมแห่งแอสการ์ดนั้นกระชากร่างของอดีตอนุชาให้เดินตามตนเองอย่างรุนแรง

โลกินั้นสะดุดและล้มลง หากแต่ธอร์มิหยุดการฉุดลากนั้น

อดีตพระเชษฐาลากพระพาหุของอดีตอนุชา พาร่างอันบอบบางนั้นไถลไปตามพื้นทราย เทพจอมลวงนั้นดิ้นพยายามสะบัดพระพานุของตัวเองให้พ้นจากพระหัตถ์แห่งธอร์แต่การกระทำนั้นกลับยิ่งทำให้ทรายนั้นเปื้อนเต็มร่าง ธอร์หยุดพระบาทก่อนเหวี่ยงร่างที่เต็มไปด้วยทรายของอดีตอนุชาลงกับพื้นด้านหน้า


ที่นี่คือทะเลทรายร้างสุดลูกหูลูกตา ที่ที่ชาวแอซิร์หาย่างกายมากันไม่
เป็นที่สิ้นสุดของอารยะธรรมแอสการ์ด..


โลกิสะบัดหัวขึ้นจากทราย นัยน์ตาสีเขียวประกายวาบเต็มไปด้วยความอาฆาตมุ่งร้ายตวัดขึ้นมองอดีตพระเชษฐาของตน

"อย่ามองข้าด้วยสายตาแบบนั้น!" ธอร์คำราม เทพเจ้าสายฟ้านั้นเหวี่ยงเทซเซอแรคต์อันทรงค่าและแสนอันตรายลงกับพื้น ตกลงบนกองทราย ราวกับนั่นไม่ใช่อะไรเลย นอกจากของใช้แล้วทิ้ง


โลกิสะดุ้งเฮือกกับเสียงคำรามของธอร์ นัยน์เนตรสีเขียวนั้นประกายแสงอ่อนลง ตื่นตะหนกและเป็นกังวล ไม่ได้เคลือบด้วยยาพิษร้ายหรือคำอาฆาตอีก


"นั่น..ข้าต้องการให้เจ้ามองข้าเยี่ยงนั้น" เทพเจ้าสายฟ้านั้นเอ่ย คุกเข่าลงเบื้องหน้าพระพักตร์ของอดีตอนุชา


โลกิหลบสายพระเนตร ก้มพระพักตร์ลงมองเศษทราย


"มองข้า" ธอร์มิได้สั่งเปล่า หากแต่ยื่นพระหัตถ์ขึ้นประคองดวงพระพักตร์ของอดีตอนุชาผู้แปรเปลี่ยนสถานะฐานันดรพระญาติเป็นนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ต้องโทษร้ายแรง

อดีตอนุชามิขัดขืนแรงกำลังของรัชทายาทผู้ชอบธรรม ยอมสบพระเนตรด้วยแต่โดยดี หากแต่พระเนตรของอดีตอนุชาบัดนี้กลับฉาบไปด้วยกำแพงน้ำแข็ง เย็นชาเยียบเย็นไปถึงขั้วหัวใจของธอร์


"สิ่งใดที่เจ้าปรารถนา น้องข้า" ธอร์เอ่ย และตระหนักว่าหากอดีตอนุชาตนมิได้ถูกพันธนาการด้วยหน้ากากที่ครอบพระโอษฐ์อยู่นั้น คำถากถางคงถูกสวนมาแทบไม่ต้องรอ


...ข้าไม่ใช่น้องเจ้า...ไม่เคยเป็น...ไม่มีวันเป็น....


ธอร์สะบัดหัวไล่เสียงของโลกิในผวังค์ออกจากหัว
และหันกลับมาสนใจอดีตอนุชาตัวจริงเบื้องหน้าที่ไม่ขยับเขยื้อน


"หากข้าสิ้น เจ้าจะปิติยินดีหรือไม่?" ธอร์รับสั่งถาม จ้องเข้าไปในแววเนตรอันชั่วร้ายนั้น


โลกินั้นยังคงนิ่งเงียบ นัยน์เนตรยังคงด้านชา


ธอร์หยิบมีดออกมาจากใต้เสื้อเกราะ ยัดใส่มือของอดีตอนุชาที่ฉายแววงุนงงธอร์กำมือของโลกิที่ถูกยัดเยียดให้ถือมีดจ่อเข้าที่พระศออันเปิดโล่งกว้างของตนเอง

ปลายแหลมของมีดกดลงบนกับพระศอ โลหิตสีแดงสดหลั่งออกมาคล้ายหยดน้ำตาแห่งความเสียใจจากปากแผลที่คมมีดกรีดแทงลงไป

โลกิพยายามขืนมือตัวเอง ชักแขนออกด้วยกำลังทั้งหมด พยายามปล่อยมีดจากพระหัตถ์ทิ้ง สีพระพักตร์ของอดีตอนุชานั้นตื่นตระหนกจนธอร์อดแค่นสรวลเสียดสีออกมาไม่ได้

...ถ้าหากว่าความตายข้าคือสิ่งที่เจ้าปรารถนา....

ธอร์นั้นจับพระหัตถ์โลกิแน่น กำรอบพระหัตถ์ของโลกิที่พยายามจะคลายมีดทิ้งอย่างฝืนบังคับ

...หากโลหิตแห่งข้าคือเครื่องบูชายันต์เพียงอย่างเดียวที่จะทำให้เจ้าพึงพอใจได้...

แรงของโลกินั้น เหตุใดจะสู้ของอดีตพระเชษฐาผู้เป็นนักรบเต็มตัวไปได้
ธอร์ออกแรงดึงมีดให้เข้าหาตน คมมีดนั้นแทงทะลุผ่านลำพระศออันระหงของเจ้าชายรัชทายาทอันชอบธรรมแห่งแอสการ์ด

เลือดนั้นสาดกระเซ็นทั่วผืนทะเลสีเหลือง

ร่างของธอร์ล้มลง หน้าฟุบกับพื้นทราย เลือดนั้นท่วมพระศอ ทรายนั้นกลืนกินหยาดโลหิตราวกับมันเป็นน้ำทิพย์หล่อเลี้ยง

โลกิเบิกตากว้าง ทันทีที่เรี่ยวแรงจากพระหัตถ์ของธอร์ที่กำหัตถ์ของตัวเองแน่นหายไป ทันทีที่หัตถ์ของธอร์เลื่อนหลุดจากมือของโลกิไปพร้อมๆกับที่ธอร์ล้มลง มีดในหัตถ์ของโลกิก็ตกลงบนผืนทราย

โลกิกระวีกระวาดคลานเคลื่อนกายไปข้างธอร์ พลิกร่างของธอร์ขึ้น

พระพักตร์ของธอร์นั้นซีด นัยน์ตานั้นปิดสนิท พระพักตร์และเรือนเกศาสีทองของธอร์เต็มไปด้วยเม็ดทราย โลกินั้นรีบเอามือประคองพระศอที่ย้อมไปด้วยเลือดของธอร์ยกขึ้น พาดศีรษะของธอร์ไว้บนตักของตน ฉีกผ้าคลุมสีเขียวของตนเป็นชิ้นซับเลือดบริเวณพระศอของอดีตพระเชษฐา

ยังดี..ช่วงพริบตาที่ธอร์ดึงคมมีดเข้าหาตัว โลกิทุ่มแรงทั้งหมดเบี่ยงวิถีของมีดจากเส้นเลือดใหญ่ไป

โลกิไม่สามารถถอนหายใจอย่างโล่งอกได้ พระศอ..คอนั้นเป็นส่วนบอบบางและเป็นจุดตายของสิ่งมีชีวิตแทบทุกอย่าง ไม่เว้นชาวแอซิร์

แม้จะไม่โดนส่วนสำคัญที่ทำให้ตายในทันที หากแต่ส่วนสำคัญตรงช่วงคอนั้นก็เยอะนัก หากเป็นมนุษย์บางทีอาจตายไปแล้วก็ได้ และถึงแม้จะเป็นธอร์ หากเลือดยังคงไหลให้ผืนทะเลทรายแห่งนี้สูบต่อไปแล้วล่ะก็...

โลกิกัดพระทนต์ภายใต้หน้ากากแน่น พระชิวหารับรู้ความเค็มของบางสิ่งที่เล็ดรอดเข้ามาในพระโอษฐ์

พลันอดีตรัชทายาทคนรองแห่งแอสการ์ดจึงเพิ่งรู้ตัวว่า น้ำพระเนตรนั้นเอ่อล้นออกมาไม่ยอมหยุด
 
 
..หยดแล้วหยดเล่า..


++++++++++++++++++++++++++++++++


ธอร์กระพริบตาถี่ๆ

เทพเจ้าสายตาผงกหัวขึ้น แล้วจึงพลันรู้สึกเจ็บที่พระศอ ธอร์ยกพระหัตถ์ขึ้นสัมผัสพระศอของตัวเองซึ่งมีผ้าสีเขียวพันอยู่ ภาพรอบด้านล้วนมีแต่ทะเลทรายสุดลูกหูลูกตา ท้องฟ้านั้นดำมืดมิด ดวงดาราสว่างไสวส่องแสงกระพริบ จันทราดวงกลมโตลอยเด่นอยู่ปลายสายตา และทุกอย่างก็ชัดแจ้งขึ้นมา อดีตอนุชานั้นอยู่ข้างๆตัวเขา--ไม่สิอยู่บนตัวของเขาต่างหาก ศีรษะของโลกินั้นหนุนอยู่บนแผ่นพระอุระของเขา รอบพระหนุและพระโอษฐ์ของอีกฝ่ายยังคงถูกพันธนาการด้วยหน้ากากเหล็ก

ธอร์พยายามเคลื่อนไหวให้ช้าที่สุด หวั่นเกรงจะเป็นการปลุกโลกิให้ตื่นขึ้นมา ธอร์ไม่ต้องพยายามสังเกตเลย มันเห็นได้ชัดแจ้ง พระนาสิกของโลกินั้นแดงกว่าปกติ พระเนตรนั้นช้ำไปหมด คราบน้ำพระเนตรแห้งแข็งกรังยังคงประทับอยู่เต็มพระพักตร์

เทสเซอร์แรคนั้นวางตั้งอยู่ด้านข้างพวกเขาทั้งคู่อีกที รวมถึงมีดที่ยังกรังไปด้วยคราบโลหิต ค้อนคู่ใจนั้นถูกทรายกลบพัดอยู่ไกลๆเห็นเพียงด้ามจับที่โผล่พ้นทรายขึ้นมา

ธอร์อดไม่ได้ที่จะยื่นพระหัตถ์ออกไปแตะลงบนเรือนเกศาสีดำสนิทที่ยาวขึ้นจนดูแปลกตาออกไปของอีกฝ่ายตั้งแต่ครั้งที่อีกฝ่ายยังคงได้ชื่อว่าเป็นอนุชา เรือนเกศาสีดำที่มักเสยขึ้นเรียบแปล้เป็นระเรียบตอนนี้เต็มไปด้วยเม็ดทราย ทั้งยังยุ่งเหยิง ไรผมสีดำนั้นตกลงมาปรกและไล้ไปตามดวงพระพักต์

...เจ้าร้องไห้เพื่อข้า?...

ธอร์ไล้พระองคุลีไปตามผิวพระพักต์ของอดีตอนุชา


โลกิสะดุ้งเฮือก รู้สึกตัวในที่สุด เจ้าตัวผงะลุกขึ้นจากแผ่นอกของอดีตพระเชษฐาที่โตร่วมกันมา นัยน์เนตรสีเขียวนั้นแวววับแปรเปลี่ยนไปด้วยหลากหลายอารมณ์ คราแรกเต็มไปด้วยความตื่นตะหนกราวกับกระต่ายขี้ตกใจ แต่ต่อมานัยน์เนตรช้ำๆฉายชัดว่าผ่านการกันแสงมาอย่างสาหัสก็เบิกกว้างขึ้นกว่าเดิม และมันฉายชัดถึงแววปิติลิงโลด --โล่งใจ ก่อนจะขมวดคิ้วลงตระหนักถึงบางสิ่ง รีบยกพระพาหุขึ้นปาดคราบน้ำตา หันหลังให้อดีตพระเชษฐา ก่อนทำท่าจะลุกขึ้น หากแต่อดีตพระเชษฐาผู้นั้นมีหรือจะปล่อยไป

คนเจ็บรีบคว้าข้อพระหัตถ์ของคนถูกปิดพระโอษฐ์ไว้ แล้วฉุดกระชากอีกฝ่ายล้มทับตนลงมา

โลกิดิ้น พระพาหุของอดีตเจ้าชายคนรองแห่งแอสการ์ดกระแทกลงแถวพระศอของธอร์เบาๆ ธอร์ครางออกมา

โลกิเบิกตากว้าง หยุดดิ้น รีบโผเข้าสัมผัสที่พระศอของธอร์อย่างเบามือเป็นอำดับแรก

ธอร์เห็นชัด

เห็นชัดถึงความห่วงใยในสายพระเนตรสีเขียวคู่นั้น ความกังวลแสดงออกมาเต็มสีหน้าครึ่งบนของโลกิ

ธอร์แทบจะเห็นว่าโลกิกำลังจะกันแสงออกมาอีกด้วยซ้ำ นัยน์เนตรสีเขียวนั้นราวกับมีม่านน้ำใสๆฉาบอยู่

"ข้าไม่เป็นไร" เสียงนั้นแหบแห้งแปร่งพร่าเล็กน้อย แต่น้ำเสียงนั้นหนักแน่นให้คำยืนยันชัดเจน ทำให้โลกิพ่นพระอัสสาสะจากพระนาสิกอย่างโล่งใจ ไม่ทันได้คิดปิดบังท่าทีตนเอง

โลกิเคลื่อนกายออกจากทรวงอกของอดีตพระเชษฐา หากแต่อดีตพระเชษฐานั้นคว้าข้อพระหัตถ์ของอีกฝ่ายแน่น ไม่ยอมให้หนี

ดวงพระพักต์ของอดีตอนุชาหันมาสบพระเนตรด้วยอย่างเต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลาย มีทั้งโกรธ โมโห ไม่เข้าใจ รู้สึกผิด ห่วงใย..ทั้งรักและเกลียด..

"อยู่กับข้า" ธอร์บอก เสียงนั้นราวกับคนเป็นพี่กำลังสั่งน้อง

แววตาของโลกินั้นไหววูบราวกับเปลวเทียนที่ถูกพายุกรรโชกใส่

โลกิชักหัตถ์ของตัวเองหนีออกจากพระหัตถ์ของธอร์ ทำท่าจะไม่ฟังคำร้องขอนั้น หากแต่เมื่อธอร์เงียบและทำเพียงจ้องพระเนตรไปที่อดีตอนุชา

โลกิจึงช้อนพระเนตรขึ้นสบ