FanFiction Avengers

Title : [Let me take you far away, You'd like a holiday] ฟิคsong?

Pairing : Tony Stark/Loki aka FrostIron

Rate : PG

Warning : ยังไม่จบ เพราะฉะนั้นท่านอาจไม่มีวันได้อ่านฉากจบของเรื่องเช่นเดียวกับฟิคยาวเรื่องอื่นๆ ถถถ / แต่งเอามันส์ ไร้เหตุผลฮะ 55
 

 

Notes: เบื่อแต่งฟิค Angst ก็เท่านั้นแหละ 
 
 

 

 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

 

 

 

 

โอ๊ะ โอ๋

 

 


โทนี่ขยับยิ้มละมุนแบบที่ไม่ค่อยเต็มใจให้แก่แขกผู้มาเยือน ในยามที่เขากำลังมองพระอาทิตย์ตกอยู่บนยอดตึกบริษัทสตาร์คเพียงลำพัง กำลังดื่มด่ำกับกองเอกสารที่เสร็จสิ้น(รวมถึงกองเอกสารที่โยนไปให้คนอื่นทำ)

 

 

 

"อย่าบอกนะว่า มีเรื่องจะพังตึกลูกรักระหว่างฉันกับเป็ปเปอร์อีกแล้วน่ะ" โทนี่ล้อ "จากเรื่องคราวก่อน ยังซ่อมไม่เสร็จดีเลย รู้ไหมเนี่ย? ฉันว่าถ้ามีเรื่องอีกรอบจะไปถมที่สร้างตึกในทะเลสาบไกลๆแล้วนะ น่าจะประหยัดงบกว่าต้องซ่อมทุกครั้งที่โดนลูกหลงจากสงครามบ้าบอคอแตกแบบนี้ทุกที"

 

 

 

"ข้ามาขอให้เจ้าช่วย" ธอร์เอ่ยในที่สุด เดินจากลานด้านนอกตึกเข้ามาในออฟฟิศของโทนี่ ด้านข้างของเจ้าชายผู้ชอบธรรมแห่งแอสการ์ดนั้นมีน้องชายต่างสายเลือดยืนอยู่ ทั้งคู่อยู่ในชุดชาวแอสการ์ดเหมือนกับตอนที่จากไปไม่มีผิดเพี้ยน ยกเว้นก็แต่ โลกิไม่มีที่ครอบปากนั่นซะแล้ว --น่าเสียดายชะมัด

 

 

 

"อา" โทนี่ส่งเสียงว่ารับรู้ เดินไปรินเหล้าให้ตัวเองแก้วหนึ่ง กระดก ก่อนหันกลับมาที่ผู้มาเยือนทั้งคู่ "ก็อยากช่วยอยู่หรอกนะ แต่ขอถามก่อนได้ไหมว่ามันเรื่องอะไรกัน?"

 

 

 

"ธอร์ นี่มันตลกที่สุด" โลกิสบถขึ้นมาเบาๆ แล้วเมินสายตาไปด้านนอกราวกับไม่อยากเชื่อว่าเรื่องทั้งหมดนี่เป็นความจริง

 

 

 

"ใจเย็น น้องข้า" ธอร์หันร่างไปเอ่ยอย่างใจเย็นกับโลกิ มือทั้งสองข้างของธอร์จับบ่าของโลกิแน่น ใบหน้าทั้งคู่ชิดกันเกือบไม่มีช่องว่าง ทำเหมือนโทนี่เป็นคนนอก ราวกับโลกมีเพียงเราสอง "ข้าจะไม่ให้อะไรทำร้ายเจ้า ข้าจะไม่ปล่อยให้ 'มัน' ได้ตัวเจ้าไปแน่"

 

 

 

"ข้าไม่ได้ต้องการ 'การปกป้อง' ของเจ้า!!" โลกิขึ้นเสียง สะบัดไหล่ออกจากมือของธอร์ มือของโลกิที่โทนี่เพิ่งเห็นว่าถูกมัดด้วยโซ่หลวมๆผลักร่างธอร์อย่างมุ่งร้าย แต่ธอร์ไม่ขยับสักน้อย ราวกับแรงของโลกิเป็นเพียงแรงของเด็ก

 

 

 

"คือ -- ขอแทรกหน่อยเถอะนะ" โทนี่เอ่ย เอียงหัวน้อยๆราวกับใช้ความคิด "ฉันก็ไม่ได้อยากยุ่งเรื่องครอบครัวชาวบ้านหรอกนะ --แต่ช่วยอธิบายทีเถอะว่านี่มันเรื่องอะไรกัน"

 

 

 

"เจ้าของกองทัพชิทอรี่ที่บุกโลกของเจ้าต้องการให้โลกิชดใช้" ธอร์อธิบาย ในขณะที่โลกิเงียบปิดปากสนิท หลบสายตาเผินมองไปด้านนอก ทำเหมือนกับโทนี่เป็นอากาศธาตุไร้ตัวตน

 

 

 

"อาฮะ" โทนี่ส่งเสียงบอกว่าเข้าใจ รินเหล้าลงในแก้วอีกครั้ง "แล้ว--นายอยากให้ฉันช่วยอะไร? ขอทีเถอะ อย่าบอกว่าสงคราม..ฉันเอียนเต็มทนจะแย่ ฉันยังเจ็บซี่โครงกับสีข้างอยู่เลย --อย่าพูดเหมือนเป๊ปเปอร์ว่าฉันสำออยแกล้งอู้งานเชียว"

 

 

 

"ข้าอยากให้เจ้าช่วยดูแลเขาสักพักหนึ่ง" ธอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังไม่สนใจคำพูดพร่ำเพรื่อของโทนี่ พรางกระชากแขนของโลกิมายืนหน้าตัวเอง โทนี่ยกแก้วเหล้าขึ้นจิบขณะมองโลกิที่ทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนอย่างพินิจก่อนเปลี่ยนไปมองธอร์ในที่สุด

 

 

 

"เขาจะนำหายนะของมนุษยชาติมาด้วย" โทนี่เอ่ยอย่างจริงจัง "พวกหน่วยชิลด์ไม่ยอมเสี่ยงแน่ อีกอย่าง..เขาอยู่ที่นี่ใช่ว่าจะปลอดภัย --นายเอาเขากลับบ้านทั้งๆที่มีชีวิตครั้งหนึ่งได้ แต่ฉันไม่แน่ใจว่านายจะทำได้อีกเป็นครั้งที่สอง พูดแค่อริใกล้ตัว คลิ้นท์เองก็ยังไม่หายแค้นเลยที่น้องนายล้างสมองเขา"

 

 

 

"ข้ามาหาเจ้า ไม่ใช่ชิลด์ ไม่ใช่อเวนเจอร์คนอื่น" ธอร์บอกเสียงดัง โทนี่แลบลิ้นเลียริมฝีปากแห้งๆของตัวเองก่อนวางแก้วเหล้าลง เดินเข้าไปหาเทพทั้งสอง

 

 

 

"นั่นแหละคำถาม ทำไมถึงเป็นฉัน..อย่าว่างั้นงี้เลยนะ ฉันดูเหมือนคนที่ยอมทำอะไรให้คนอื่นง่ายๆหรือไง"

 

 

 

"เจ้าไม่ได้มีใจอยากฆ่าโลกิ" ธอร์ตอบ ยังคงจับบ่าโลกิ ยึดร่างน้องชายตนไว้ด้านหน้าตัวเองราวกับผู้ปกครองที่บังคับให้ลูกก้มหัวขอโทษเวลาทำคนข้างบ้านเดือดร้อน "อีกอย่างข้ารับรองว่าจะไม่มีใครตามโลกิมายังโลกของเจ้า และโลกิก็ถูกริบพลังไปแล้วด้วย ตอนนี้เขาเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาเหมือนเจ้า" โทนี่เลิกคิ้วคล้ายท้วงติง ธอร์เลยเพิ่มอย่างนึกขึ้นได้ไปว่า "แต่ไม่มีชุดเกราะทรงพลังแบบที่เจ้าใส่"

 

 

 

"และก็ไม่ใช่ เพลย์บอย เศรษฐี และเป็นอัจฉริยะด้วย" โทนี่เพิ่มอย่างภาคภูมิและหยอกล้อ

 

 

 

"นี่มันปัญญาอ่อนชัดๆ เจ้าจะฝากชะตากรรมของข้าไว้กับมนุษย์หน้าโง่นี่ยังไม่พอ เจ้ายังฝากชะตากรรมของแอสการ์ดไว้กับเจ้ามนุษย์นี่อีก" โลกิเอ่ยขึ้นมาหงุดหงิด น้ำเสียงเกือบจะเป็นตะคอก "ขอร้องล่ะ ช่วยใช้สมองอันน้อยนิดของเจ้าบ้างเถอะ อย่างน้อยก็ครั้งนี้ ธอร์"

 

 

 

"'งั้นเจ้าจะให้ข้าทำอย่างไร? โลกิ" ธอร์เอ่ยเสียงเครือจริงใจ จับร่างกายปวกเปียกของโลกิพลิกมาหาตัวเอง จ้องเข้าไปในนัยน์ตาสีเขียววาวโรจน์ของอีกฝ่าย "ข้าไม่อาจปล่อยเจ้าหายไปอีกเป็นครั้งที่สอง และจะไม่ยอมให้เจ้าต้องถูกฆ่าหรือทรมานเป็นอันขาด ข้าเคยสาบานว่าข้าจะปกป้องเจ้าครั้---"

 

 

 

"ตอนนั้นข้ายังเป็นน้องเจ้า!!" โลกิตวาดใส่หน้าธอร์ "เจ้าโง่เอ้ย เจ้าต้องพาข้ากลับไปแอสการ์ด โอดินบัญชาแล้วว่าให้ส่งตัวข้าให้แก่ธานอส สำหรับความผิดที่ข้าก่อขึ้นเอง .. ข้าไม่ต้องการการเห็นใจจากเจ้าหรือจากใครทั้งสิ้น "

 

 

 

"ธานอสนี่มันใครกัน?" โทนี่แทรก งุนงง

 

 

 

"เจ้าของกองทัพชิทอรี่" ธอร์ตอบเสียงห้วน ตายังคงจ้องมองโลกิไม่ละสายตา สีหน้าปวดร้าว

 

 

 

"เขาหาโลกิเจอ หรือ แอสการ์ดหาเขาเจอ?"

 

 

 

"พวกโง่อย่างแอสการ์ดน่ะหรือจะหาตัวธานอสเจออย่างที่ข้าทำได้" โลกิเอ่ยเหยียดเสียง หันไปบอกโทนี่ที่เลิกคิ้วสูง จงใจยั่วธอร์

 

 

 

"เขาเป็นคนเจอเจ้า น้องรัก" ธอร์แย้งเสียงขุ่นแต่ยังคงเต็มไปด้วยความใจเย็น เทพสายฟ้าหันไปหาโทนี่ "ข้าอยากฝากเขาไว้กับเจ้าสักสัปดาห์ หลังจากที่ข้ากำราบกองทัพของธานอสได้ ข้าจะมารับโลกิกลับไป"

 

 

 

"เจ้ากำราบเขาไม่ได้หรอก คนโง่ ข้าเห็นมาแล้วว่าเขาทำอะไรได้บ้าง แอสการ์ดเป็นเพียงรังมดสำหรับเขาเท่านั้น" โลกิขึ้นเสียง "แอสการ์ดจะพินาศ ถ้าเจ้าไม่ส่งข้าให้กับเขา"

 

 

 

"ดูเหมือนนายจะกระสันอยากไปอยู่กับเจ้าบอสใหญ่อะไรนั่นจังเลยนะ" โทนี่ขัดโลกิ ก่อนหันไปพูดกับธอร์ "มั่นใจได้ยังไงว่าน้องนายจะไม่วางแผนมาถล่มโลกหรือแอสการ์ดอีกถ้าส่งตัวเขาให้หมอนั่น"

 

 

 

โลกิหลุดเสียงหัวเราะผ่านจมูกแบบที่มีนัยเหยียดหยามออกมา "อ้อ..แน่ล่ะ ข้าทำแน่"

 

 

 

ธอร์ส่ายหัวระอา ไม่สนใจที่จะต่อล้อต่อเถียงกับโลกิ "ธานอสไม่สนใจโลกหรือแอสการ์ดอีกแล้ว แถมโลกิพิสูจห์แล้วว่าไม่ได้มีความสามารถอย่างที่เขาอวดอ้าง"

 

 

 

"กองทัพของมันต่างหากที่ไม่สมกับที่อวดอ้าง" โลกิแทรก

 

 

 

"อะไรก็ช่างเหอะ .." โทนี่ตัดบท ก่อนหันไปที่ธอร์ "ถ้านายตายในสงคราม--ไม่ได้แช่งนะ ..แล้วปะป๊าตัวร้ายนั่นจะตามมาคิดบัญชีที่โลกนี้ต่อหรือเปล่า?"

 

 

 

ธอร์ส่ายหัว ผมสีทองของธอร์ปลิวไสว "ไม่..ธานอสตามรอยจากพลังแอซิร์ของโลกิ เมื่อโลกิถูกริบพลังนั้นแล้วก็ไม่มีรอยให้ตามตัวอีก"

 

 

 

"งี้เขาก็เหมือนมนุษย์ธรรมดา?" โทนี่เอนตัวหันไปมองโลกิตั้งแต่หัวจรดเท้า "แหม แหม อยู่ในชุดแบบนั้นคงทั้งร้อนทั้งคัน ไม่สบายตัวแหง"

 

 

 

โลกิเบือนหน้าหนี

 

 

 

"ฉันไม่มีปัญหาหรอกนะจะรับฝาก 'น้องชาย' นายไว้ ประเด็นคือ ถ้าเกิดสงครามจริง นายน่าจะขอความช่วยเหลือจากเรา จากดิอเวนเจอร์ทุกคน" โทนี่เอ่ย  "พวกเราพร้อมช่วยนาย เหมือนที่นายช่วยเรา เพื่อนฝูง"

 

 

 

"ไม่ นี่เป็นศึกที่ข้าเปิดเอง" ธอร์เอ่ยปฏิเสธ "ข้าไม่ต้องการให้พวกเจ้ามีอันตรายเพราะข้า"

 

 

 

"แต่เจ้าจะทำให้เทพทุกตนบนแอสการ์ดตายกันหมด" โลกิเสียดสี "จะจากธานอสหรือชาวแอสการ์ด ข้าก็ต้องรับโทษทัณฑ์อยู่ดี"

 

 

 

โทนี่ถอนหายใจ เดินเข้าไปใกล้ชาวแอสการ์ดทั้งสองตน "น้องนายพูดมีเหตุผลนะ ธอร์"

 

 

 

"ขอบคุณ" โลกิเอ่ยสั้นๆ

 

 

 

โทนี่เบิกตากว้างจ้องดวงหน้าโลกิอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าจะได้รับคำขอบคุณจากวายร้ายที่ฆ่าคนไปเกือบครึ่งนิวยอร์ก

 

 

 

"อะไรล่ะ ก็เจ้าพยายามให้หัวโง่ๆของธอร์มีเหตุผลขึ้นมาบ้าง" โลกิอธิบาย

 

 

 

โทนี่ยักไหล่ ตัดสินใจปล่อยคำขอบคุณอันน่าตกใจนั่นผ่านไป และหันกลับมามองมองธอร์อีกครั้ง ถามจริงจัง "นายไม่เปลี่ยนใจแน่นะ"

 

 

 

"อย่าให้หน่วยชิลด์รู้แล้วกันว่าโลกิอยู่ที่นี่ ดูแลเขาให้ข้า และข้าจะถือเป็นพระคุณ" ธอร์เอ่ยย้ำ

 

 

 

โทนี่พรายยิ้ม "ไม่ต้องมาติดหนี้อะไรกันหรอกน่า" โบกมือสะบัดกลางอากาศเป็นนัยว่าไม่ต้องใส่ใจ

 

 

 

"แล้วข้าจะติดต่อมา" ธอร์บอกในที่สุดหลังเงียบไป ก่อนหันไปที่โลกิซึ่งยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน ช้อนตามองพี่ชายอย่างไม่หลบสายตา ธอร์ยื่นมือออกไปประคองใบหน้าของโลกิ ลูบอย่างอ่อนโยนทะนุถนอม ก่อนก้มลงจุมพิตลงบนศีรษะของน้องชาย โลกิเบิกตากว้างและถดตัวหนี มองธอร์ที่ยิ้มอย่างเหน็ดเหนื่อยและรู้สึกผิดอย่างไม่เข้าใจ ก่อนเทพสายฟ้าจะเดินออกไปบนลานของตึกสตาร์ค

 

 

 

"ขอบคุณ โทนี่" ธอร์เอ่ยตามหลัง ก่อนควงค้อนบินหายไปพร้อมกับเสียงสายฟ้าครืนๆสั้นๆ หายลับไปอย่างรวดเร็วกับตอนปรากฏตัว

 

 

 

โทนี่หันมาเผชิญหน้ากับโลกิ

 

 

 

 

"มาทำความเข้าใจกันก่อนนะ -- นายไม่ใช่นักโทษของฉัน และฉันไม่คิดจะแก้แค้นหรืออะไรนายทั้งสิ้น โอเค้? ฉันอาจจะขี้บ่นไปบ้าง --แต่ก็นะ เอาเป็นว่า ถ้านายรู้ว่าอะไรดีสำหรับตัวเอง กรุณาอย่าเดินออกไปเพ่นพล่านมากนัก เจอหน่วยชิลด์แล้วจะยุ่ง หรือจะคนธรรมดาก็เหอะ อาจมีใครจำนายได้ขึ้นมา"

 

 

 

โลกิเงียบไปคู่ใหญ่ จ้องมองโทนี่ที่ท่าทีสบายๆ หันไปรินเหล้าลงแก้วตัวเองอีกรอบ แล้วเดินตรงมาพร้อมกับแก้วเหล้าในมือ แล้วค่อยๆแก้โซ่ที่พันมือของโลกิ

 

 

 

"เจ้าจะไม่ล่ามข้าไว้?" โลกิถามอย่างระแวงและงุนงง

 

 

 

โทนี่ช้อนสายตาของเทพแสนกลอย่างขบขันพิลึกพิลั่น "แล้วนายจะหนีไปไหนหรือเปล่าล่ะ?"

 

 

 

"ข้าอาจจะฆ่าเจ้า" โลกิเอ่ย ก่อนแก้คำพูดตัวเอง  "ข้าจะฆ่าเจ้า"

 

 

 

โทนี่พ่นลมออกจากจมูกราวกับจะหัวเราะออกมา ก่อนยกแก้วเหล้าในมือขึ้นจิบ ม้วนโซ่ที่หลุดออกมาจากข้อมือของโลกิไว้เป็นขด โยนไปใต้โต๊ะทำงาน "ฆ่าฉันแล้วไงต่อ? จะไปยืมกองทัพที่ไหนมาบุกโลกอีกหรือไง ไม่เอาน่า มีฉันหรือไม่มีฉัน แบนเนอร์อีกคนก็ทุ่มนายเละอยู่ดี --อีกอย่างสมการง่ายๆ นายฆ่าฉัน หน่วยชิลด์แห่กันมาเหมือนหมาล่าเนื้อ นายเสร็จแน่"

 

 

 

โลกิเงียบไป

 

 

 

"แล้วนายรู้อะไรเกี่ยวกับโลกมนุษย์บ้าง? จะเดินท่อมๆออกไปอย่างไร้จุดหมายหรือไง? ในชุดเนี้ยของนาย? ใครจะหาอาหารให้นายกิน ขอโทษเถอะนะ ที่นี่ไม่มีคนยกของกินมาให้นายฟรีๆหรอก" โทนี่บอกแบบสอนเด็กที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย

 

 

 

"แล้วเจ้าจะเอายังไงกับข้า" โลกิถามสับสนหลังจากเงียบไป

 

 

 

โทนี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนเอ่ยกับสมองกลที่ตัวเองผลิต "จาร์วิสต่อเบอร์มิสเป็ปเปอร์ให้หน่อย"

 

 

 

"ได้ครับผม" เสียงสังเคราะห์ดังกังวานออกมาจากตัวห้องไร้ที่มา โลกิสะดุ้งและมองไปรอบๆอย่างกระวนกระวาย

 

 

 

เสียงสัญญาณโทรศัพท์ดังขึ้นห้าหกวิ ก่อนจะมีคนรับ เป็นเสียงของผู้หญิงที่โลกิไม่คุ้น

 

 

 

"ที่รักจ๋า..ฝากดูแลบริษัทด้วยนะ" โทนี่หยิบหูฟังบูลทูธขึ้นเสียบหูก่อนเอ่ยเสียงหวาดออดอ้อนกับปลายสาย ตามองโลกิอย่างเจ้าเล่ห์ซุกซน เทพแสนกลแวบหนึ่งเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของตัวเองบนใบหน้าของไอร่อนแมน "อ้อ อ้อ..มีธุระด่วนน่ะจ้ะ ด่วนเสมอ อ้อ บอกไม่ได้จ้ะ ความลับขั้นสุดยอด แล้วถ้าหน่วยชิลด์ไปหา บอกไปนะว่า ป๊ะป๋าโทนี่ไปกกสาวที่ลาสเวกัส--แหม เค้าแค่ล้อตัวเองเล่นหรอกจ้ะ"

 

 

 

"จ้า จ้า แล้วจะรีบกลับมาจ้ะ ฝากดูบริษัทด้วยนะ อ้อ..แล้วก็งานเอกสารสำคัญที่ต้องเซ็นเรียบร้อยหมดแล้วจ้ะ ฉะนั้นเจอกันคราวหน้าขอรางวัลงามๆด้วยนะจ๊ะ ..เปล๊า เปล่าอู้งานไปหนีเที่ยวสักหน่อยจ้า ธุระจริงๆ กลับมาเดี๋ยวเล่าให้ฟังก็ได้จ้า แต่ตอนนี้ความลับจ้ะ --ไม่อันตรายหร้อกก ไม่เล้ย ไว้ใจป๋าหน่อยสิ --อย่าบอกอะไรพวกหน่วยชิลด์ละกัน --จ้ะ ขอบคุณจ้ะ จุ๊บๆ"

 

 

 

โลกิขมวดคิ้ว มองไปที่โทนี่ที่วางสายโทรศัพท์อย่างสับสนไม่ปิดบัง

 

 

 

โทนี่ยิ้มอารมณ์ดี ก่อนมองเห็นความกระวนกระวายบนสีหน้าของโลกิ เลยเหลือบสายตาขึ้น "อ้อ นั่นจาร์วิส --จาร์วิส นี่โลกิ"

 

 

 

"ผมรู้ครับ" จาร์วิสตอบโทนี่อย่างเสียดสีด้วยน้ำเสียงนอบน้อมราบเรียบ

 

 

 

"ไม่เอาน่า ฉันไม่ได้สร้างให้นายไร้มารยาทแบบนี้นะ จาร์วิส" โทนี่ตำหนิแต่น้ำเสียงอารมณ์ดี พลางมองโลกิที่พยายามควบคุมตัวเองให้อยู่เฉยๆ แทนที่จะกลอกตาหาว่าเสียงมาจากไหน ใครกันที่พูดขึ้นมา

 

 

 

จาร์วิสเงียบไปชั่วครู่ คล้ายรู้ใจว่าเจ้านายต้องการมองท่าทีตลกๆของผู้ร้ายข้ามจักรวาลให้หนำใจก่อน หรือความจริงแค่ไม่อยากญาติดีกับบุคคลอันตรายที่เกือบฆ่าเจ้านายตนมาแล้วก็ไม่แน่

"ยินดีที่ได้พบครับ มิสเตอร์โลกิ ผมเป็นสมองกลที่คอยควบคุมตึกหลังนี้และคอยดูแลมิสเตอร์สตาร์ค --แน่นอนว่าถ้ามิสเตอร์สตาร์คตายลง กระผมมีหน้าที่ติดต่อหน่วยชิลด์ให้ตามล่าคุณ"

 

 

 

"ไม่เอาน่า" โทนี่ทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ "เขาเป็นแขกของฉัน อย่าเสียมารยาทสิ --อย่าบังอาจแช่งเจ้านายตัวเองด้วย"

 

 

 

โลกิขมวดคิ้วแน่น สีหน้างุนงง ไม่รู้จะเอ่ยอะไร บางทีอาจกำลังคิดว่ามีคนล่องหนอยู่ในห้อง หรือโทนี่กำลังเล่นตลกกับเขา

 

 

 

"ผมแค่อธิบายรายละเอียดและหน้าที่ของตนเองให้มิสเตอร์โลกิเข้าใจ" จาร์วิสตอบโทนี่ ก่อนเว้นวรรคและเอ่ยบอกโลกิ "ไม่ต้องมองหาผมหรอกครับ เสียงของผมที่คุณได้ยินเกิดจากการสังเคราะห์ผ่านระบบคอมพิวเตอร์และกระจายออกมาด้วยลำโพงเล็กที่ติดไว้ทั่วทั้งตึก ผมไม่ใช่มนุษย์ เป็นแค่ระบบปฏิบัติการที่มิสเตอร์สตาร์คเขียนขึ้น"

 

 

 

โทนี่จ้องใบหน้าโลกิที่ฉายความรู้สึกประทับใจออกมาแบบไม่ทันปกปิด

 

 

 

"--ต้องยอมรับว่าข้าคิดไม่ถึง" โลกิเอ่ยในที่สุด เมื่อเห็นแววตาที่โทนี่จ้องเขม็งมาราวกับกำลังรอคำติชมลูกรักอยู่อย่างไรอย่างนั้น

 

 

 

"มีอีกหลายอย่างที่นายคิดไม่ถึงบนโลกมนุษย์ โลกิ" โทนี่บอกกลั้วหัวเราะ "โดยเฉพาะเกี่ยวกับ --ฉัน"

 

 

 

"ข้าไม่คิดเช่นนั้น" โลกิแย้ง

 

 

 

"น่ะ อย่ามัวพูดให้เปลืองน้ำลายกันหน่อยเลย" โทนี่โบกมือไปมาในอากาศ เปลี่ยนเรื่องไวราวกับพายุ "ฉันกับนาย --เราจะไปพักร้อนกัน"

 

 

 

"พักร้อน?"

 

 

 

"ช่ายยย พักร้อน" โทนี่ว่าและเดินเข้าไปตบหลังโลกิเข้าให้ดังปัก ราวกับรู้จักสนิทชิดเชื้ออีกฝ่ายมาค่อนชาติ ไม่เคยจะฆ่าแกงกันตาย --นั่นล่ะ ธรรมชาติของโทนี่

 

 

 

 

 

ตลอดแหละ..

 

 

 

 

 

ชิลเกิน..

 

 

 

 

 

TBC.

 
 
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
 
 
 
 
ปล.ไม่เกี่ยวแต่อยากบอกว่า ... อยากดูหนังเรื่องตรงหัวเฮดบล็อกตัวเองเว้ยยย ~♥ [ถ้าสามคู่นี้เล่นหนังด้วยกัน เราตายตั้งแต่มีข่าวลือ 555 ไม่ต้องรออนุมัติ ไม่ต้องรอโปรโมท ไม่ต้องรอเข้าฉาย 555]
 
 
ปล. เดี๋ยวๆ ว่าแต่ นี่มันฟิคโทนี่โลกิ ทำไมยังกรี๊ดธอร์กิ กับ โทนี่เป๊ปเปอร์กันอีกล่ะ 55555555555
 
 

 

edit @ 15 Oct 2012 20:35:33 by น้ำแกงสีฟ้า

Comment

Comment:

Tweet