[TDKR - Bane/Barsad] - Dr.Victoria ,Frankenstein n' Igor [1/2]

posted on 18 May 2013 09:08 by namgang-srifah in Fanfic-Movie

 

 

[TDKR] - Dr.Victoria ,Frankenstein n' Igor [1/2]

( chapter1 : Apolla ,The sun n' Icarus)

 

Warning : suicide thoughts , mental

Fandom : The Dark Knight Rises

Parings : Not sure , kind of Bane/Barsad , kind of Barsad/Talia , implied Talia/Bane

 

 

++++++++++++++++++++++++


 

 

 

--กลิ่นเลือด

 

 

มีเพียงกลิ่นเลือดที่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ

 

 

เขาพยายามลืมตา

ทว่ามันยากเหลือเกิน

 

 

มือใหญ่หนาของใครบางคนกดที่หน้าอก --กดลงที่หัวใจของเขา

แรงนั้นถาโถมทับลงมาราวกับถูกภูเขาทั้งลูกถล่มใส่ เขาหายใจไม่ออก

 

 

ไม่ --ไม่ใช่เพราะแรงที่กดลงบนร่างเขา

เขาอ้าปากพะงาบราวกับปลาทองบนพื้นพรมโหยหาน้ำ

--กระสุนทะลุปอด

 

 

 

"แกมันโง่ บาร์ซาด"

 

 

 

เขาพยามจะหัวเราะขื่นๆตอบรับ แต่กลับเป็นเลือดที่พวยพุ่งออกจากปากของเขา

 

"ผมไม่กลัวความตาย"

 

เขายกริมฝีปากขึ้นแสยะยิ้ม

เอ่ยเสียงพร่าเล็ดรอดออกมาท่ามกลางเลือดที่กลั้วอยู่เต็มปาก

 

 

--ผมอยากตาย

 

 

เขาไม่ได้เอ่ยมันออกไป เขาไม่เคยบอกใคร และจะไม่มีใครได้รับรู้ถึงความปรารถนานี้

แต่ว่าอันที่จริงแล้ว เขาฝันถึงวันนี้มาตลอด ฝันถึงวันที่กระสุนทะลุร่างเขา

 ถึงวันที่มีดกระซวกทะลุท้องไส้ห้อยต่องแต่ง ถึงวันที่คอถูกฟันแยกจากตัว

 

เพียงแต่ไม่คิดว่าจะเป็น 'วันนี้'

เพียงแต่ไม่คิดว่ามันจะ 'ง่ายแบบนี้'

 

 

 

"ถ้าแกเห็นยมทูต --ไล่มันไป" 

 

 

 

เขาฉีกยิ้มกว้าง เขาไม่เห็นยมทูต เขาเห็นเพียงความมืด

 

 

 

ความมืด

กลิ่นเลือด

กับเสียงของเบน

 

มีแค่นั้น

 

ไม่มีความกลัว

ไม่มีความทรมาน

ไม่มีการกระเสือกกระสน

 

--ง่ายเกินไป ราวกับหากหลับตาลงสู่นิทรา เขาจะตื่นขึ้นพบว่ามันเป็นเพียงฝัน

 

 

 

"บอกมันว่า ฉันไม่อนุญาต"

 

"ชีวิตแกมีเจ้าของแล้ว --บอกมัน"

 

 

 

บอกยมทูต

บอกความตาย

 

 

 

เขาฝืนลืมตาขึ้นในที่สุด มองเบนที่ก้มลงมา มองดวงตาคู่นั้นของเบน

ดวงตาที่สั่งให้เขามีชีวิตรอด

 

 

"รับทราบ"

 

 

เขาเห็นเบนยิ้มภายใต้หน้ากากเหล็ก

กับคำพูดกระล่อนรับคำกระท่อนกระแท่นของเขา

 

 

 

--บางทีอาจเป็นแค่ความเพ้อพกของคนใกล้ตาย

 

 

 

แต่ไม่ใช่หรอก ไม่ใช่หรอก

เขามั่นใจว่าเบนยิ้ม

 

และ

 

มั่นใจว่าวันนี้ไม่ใช่ วันตาย ของเขา

 

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

เสียงของหมอที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้นในความมืด

ความเจ็บของกระสุนที่ถูกแงะออกจากร่าง

ราวกับโดนเทพแห่งความทนทุกข์ทรมานฉุดรั้งจากมือของเทพมรณะ

 

 

เขามีสติขึ้นมา

 

 

มีสติพอที่จะได้ยิน ได้นับ เสียงลูกกระสุนสี่นัดกระทบลงกับถาดสแตนเลส

ก้องกังวานหวีดเสียงในโสตประสาทจนต้องขมวดคิ้ว

ในความลางเลือน ท่ามกลางความเจ็บปวด สายตาของเขาเหลือบมองเบนที่ยืนพิงอยู่ตรงกำแพง ใกล้ๆกับประตู

 

เบนยืนนิ่งไร้การขยับเขยื้อน ราวกับรูปปั้น

หากจะมีเพียงสิ่งเดียวของเบน ณ ตอนนั้นที่มิได้ใกล้เคียงกับรูปปั้นก็คือดวงตาคู่นั้น

 

ดวงตาที่มีลูกไฟอยู่

 

ไฟที่ระอุเดือด เกรี้ยวกราดราวกับลาวาที่เตรียมปะทุ

พาลให้อุณหภูมิในร่างกายของเขาเย็นยะเยือกสั่นสะท้านขึ้นมา

 

ช่างเป็นไฟที่แปลกนัก แทนที่จะมอดไหม้เขาให้เป็นเถ้าถ่าน กลับทำให้เขาหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ

 

 

เขารู้สึกว่าตัวเองเลิกคิ้วน้อยๆ แปลกใจ

ไม่ได้กลัว แต่ว่าแปลกใจ

 

 

เขาหลับตาลง และเทพแห่งความทรมานปล่อยให้เขาปิดสติสัมปะชัญญะลงอย่างง่ายดาย

 

 

 

 

 

เขาสะดุ้งตื่น

จากฝันร้าย จากความเจ็บปวด จากผลข้างเคียงของยา

มันไม่สำคัญหรอก

 

เพราะร่างของเบนนั่งอยู่ที่ข้างเตียง

เขากระพริบตาปริบๆขึ้นลงอย่างเชื่องช้า ไล่ความเบลอของภาพ

เขารอเสียงของเบน ไม่ว่าจะเป็นคำสั่ง คำด่าทอ หรือคำถากถาง

 

กระนั้นนายของเขาก็ไม่ได้เอ่ยอะไร

และการถามคำถามเบน ไม่เคยใช่นิสัยของเขา

 

เขาจึงปิดตาลง

 

พักเพื่อที่จะฟื้นตัวให้เร็วที่สุด

ฟื้นเพื่อที่จะได้รับใช้เบน

 

 

 

 

 

เขาไม่รู้ว่าห่างจากสองครั้งแรกนานแค่ไหน

แค่ครั้งนี้เขาตื่นเพราะเสียงของเบนและทาเลีย

 

บทสนทนานั้นลางเลือนเกินกว่าสมองในช่วงเวลากึ่งหลับกึ่งตื่น

และกระแสเลือดที่เต็มไปด้วยมอร์ฟีน

ไม่สามารถประมวลผลออกมาเป็นคำหรือประโยค

 

 

เขาลืมตาขึ้นมา และเสียงของทั้งคู่หยุดลงโดยปริยาย

 

 

ทาเลียมองเขา เหมือนที่ทาเลียเคยมองเขามาตลอด

--มีประโยชน์ --ไร้ประโยชน์ --คุ้มค่า --ไม่คุ้มค่า

 

 

หากแต่สายตาของเบน มันประหลาดนัก เกินกว่าที่เขาจะนิยายมันได้

แม้จะทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่าแค่ไหนก็ตาม

ถ้าเขารู้จักเบนไม่มากพอ เขาจะคิดว่านั่นคือสายตาของคนที่กำลังสับสน

 

 

แต่เบนไม่รู้จักคำว่าสับสน

 

 

ทาเลียละสายตาจากเขา ส่ายหัวให้เบนและยกมือขึ้นลูบท่อนแขนของเบนช้าๆ

ด้วยท่วงท่าและมาดที่คล้ายกับคนคนฝึกสัตว์ร้ายในคณะละครสัตว์

 

เบนทำท่าเหมือนราชสีห์ที่ถูกครูฝึกออกคำสั่ง กระนั้นก็ชอบสัมผัสที่คล้ายการปลอบประโลมเอาใจนั่น

เบนเหลือบมองเขาอีกครั้ง ก่อนทาเลียจะฉุดให้นายของเขาหันหลังตาม

และทั้งคู่ก็เปิดประตูเดินออกไป ทิ้งให้เขาอยู่กับความเจ็บและความใคร่รู้ที่แทบทำหัวสมองระเบิด

 

เขาหลับตาลง ได้ยินเสียงหายใจหนักหน่วงทรมานของตัวเองคอยขับกล่อมสู่ห้วงนิทรา

 

 

 

 

 

เขาตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพราะสัมผัสของฝ่ามือกระด้าง

หยาบและสากกว่าคนทุกผู้ที่เขาเคยรู้จักแตะลงที่หน้าผากของเขา

 

นิ้วอันใหญ่หนา กร้านแข็ง อุ่นจนเกือบร้อนของเบนปาดเหนือคิ้วไล้ไปตามขมับของเขา

 

เขาลืมตาขึ้น ช้อนสายตาหมายจะมองเบน

 

แต่แสงไฟนีออนสะท้อนกับผนังสีขาว

ผสมอาการเมาค้างจากมอร์ฟีน

ทำให้ทุกอย่างมันช่างเจิดจ้าแสบตา

 

เขามองไม่เห็นใบหน้าของเบน

ได้ยินแต่เสียงหายใจแตกๆที่ลอดออกมาจากหน้ากากเหล็กกล้า

 

 

"พักเสีย"

 

 

เบนบอก

 

 

"นิทรา"

 

 

และเช่นเคย เช่นทุกครั้ง

เขาน้อมรับทุกคำสั่งจากนายเหนือหัว

 

 

 

 

 

ครั้งที่ห้า ครั้งสุดท้าย และครั้งแรก..

 

เขาตื่นขึ้น ไม่มีเงาของเบน ไม่มีเงาของทาเลีย

 

มีเพื่อนสามคนดูแลเขา

เขาเอ่ยปากถามว่านี่วันอะไร และเสียงที่ออกมาจากปากนั้น

แหบพร่าเสียจน มีใครสักคนวิ่งไปหาแก้วน้ำมากรอกปากเขาแทบไม่ทัน

 

 

--สามวัน

 

 

นายอยู่ไหน

เขาเอ่ยปากถามหาเบน

 

 

พวกนั้นมองตากัน ไม่มีคำตอบเล็ดรอดออกมา

มีแต่มือที่พยายามดันให้เขานอนลงกับเตียง

 

 

เขาปาดสายตาคมกริบ มั่นใจว่ามันต้องดูเหมือนหมาบ้า

ที่พร้อมขยุ้มทุกอย่างที่ขวางหน้าเป็นแน่

เพราะพวกนั้นผงะออกไป สีหน้าเจื่อนอย่างกับถึงฆาต

 

 

--เบน --ลูกพี่อยู่ที่ไหน

 

 

เขาคำราม แต่เสียงที่ออกมามันช่างแผ่วเบา แตกพร่า

เขาลุกขึ้นยืน ก้มลงมองผ้าพันแผล มองเลือดที่ซึมออกมา

กัดฟันรับรู้ว่านี่คือความเจ็บปวด หลักฐานของการมีชีวิตอยู่

 

 

ไปแล้ว --พวกนั้นบอก

 

 

เขาแทบทรุด ใจนั้นโหวงวาบขึ้น

เขาไม่ได้ถามออกไปด้วยซ้ำว่าเบนไปไหน

 

 

เขาคว้าเสื้อขึ้นสวมทับร่างกายซอมซ่อเต็มไปด้วยผ้าพันแผลนี้

ผลักพวกนั้นให้หลีกทาง และเดินกระเผลกไปตามทางเดิน

 

 

 

ทาเลีย!

 

 

 

เขาตะโกน เสียงกระจายก้องสะท้อนไปทั้งอาคาร

พวกนั้นกระโดดตะครุบเขา พยายามเอามือปิดปาก

เขาสะ